AI
AI Summary

บทสรุปจาก AI อ้างอิงโดยบทวิเคราะห์

Yuanta CIO คงมุมมอง Neutral สำหรับทองคำ โดยประเมินราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 4,399 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 24 เดือนที่ 4,532 ดอลลาร์/ออนซ์ โดย Downside เริ่มจำกัดลงเมื่อ DXY อยู่ในกรอบ 100–110 แต่ยังแนะนำเพียง "ถือ" ในสัดส่วนไม่เกิน 5% ของพอร์ตเพื่อการกระจายความเสี่ยง ผ่าน DR อย่าง GOLD19

ภาพรวมทองคำประจำเดือนกรกฎาคม 2569

Yuanta CIO คงมุมมองทองคำที่ Neutral โดยแบบจำลองทางเศรษฐมิติที่ผสมผสาน VECM (5%), VAR (50%) และ ARMAX (45%) ประเมินราคาเป้าหมายทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 4,399 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 24 เดือนข้างหน้าที่ 4,532 ดอลลาร์/ออนซ์ แบบจำลองมีความสามารถในการอธิบายเฉลี่ยที่ 67% โดยมีตัวแปรหลักได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 2 ปีและ 10 ปี, ราคาน้ำมัน, geopolitical risk, Momentum, US CPI, US equity, recession probability และ Dollar Index แม้ว่าแบบจำลองจะสะท้อนว่าราคาทองคำยังมี upside ในเชิงโมเดล แต่ยังไม่มากพอที่จะเพิ่มน้ำหนักเชิงรุก

 

ทองคำ (Gold) Neutral

ภาพรวม (Overview)

Yuanta CIO คงจุดยืน Neutral สำหรับทองคำในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยแบบจำลองประเมินราคาเป้าหมายกรณีฐาน (Base Case) ในอีก 12 เดือนที่ 4,399 ดอลลาร์/ออนซ์ (upside 7.07%) และ 24 เดือนที่ 4,532 ดอลลาร์/ออนซ์ (upside 9.80%) ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำขณะนี้คือ Dollar Index และท่าทีของ Fed ที่ยัง hawkish โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดประเมินว่า Fed อาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ตามที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม Downside ของทองคำเริ่มจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ Dollar Index อยู่ในกรอบ 100–110 ซึ่งข้อมูลในอดีตชี้ว่าผลตอบแทนเฉลี่ยในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 14.58% และผลขาดทุนสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ -8.59% ให้ค่า Return/Maximum Drawdown ที่ 1.697 เท่า ซึ่งดีกว่ากรอบ DXY อื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

 

ราคาเป้าหมาย (Target Price)

Gold (XAUUSD) Scenario Next 12M Next 24M
Target price Upper 4818.90 5537.01
Base 4399.14 4532.18
Lower 3820.09 3811.50
Upside/Downside Upper 15.17% 26.17%
Base 7.07% 9.80%
Lower -7.01% -7.25%

 

การวิเคราะห์ผลตอบแทนและความเสี่ยงของทองคำ (Return & Risk Attribution)

ผลตอบแทนของทองคำในเชิง Attribution Analysis นับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ พบว่าทองคำไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการปรับตัวขึ้น–ลงของราคาเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ เช่น หุ้นและตราสารหนี้ ราคาทองคำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคมถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ตัวแปรหลัก ได้แก่ 1. Residual 2. Momentum และ 3. Risk & Uncertainty ซึ่งสะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนส่วนใหญ่มาจากการเก็งกำไรของ Trader โดยเฉพาะจากฝั่งตะวันตก

Gold Return Attribution by Factor May 2026

รูป: Gold Return Attribution by Factor May 2026

นอกจากนี้ ความผันผวนย้อนหลัง 30 วันของทองคำในช่วงสงครามพุ่งสูงกว่าตราสารหนี้และตราสารทุนเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมในช่วง COVID-19 ปี 2020 และช่วงที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 ที่ทองคำทำหน้าที่กระจายความเสี่ยงได้ดีกว่า ทำให้ในมุมมองเชิงวิชาการ ทองคำมีลักษณะคล้าย "สินทรัพย์เสี่ยงประเภทหนึ่ง" มากกว่า safe haven ในช่วงที่ผ่านมา

 

อุปสงค์ทองคำ: Investment Flow ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ปริมาณทองคำที่ถูกซื้อขายใน 4Q25 อยู่ที่ 1,330.6 ตัน และลดลงมาที่ 1,195.9 ตันใน 1Q26 คิดเป็นการลดลง 10.12% ขณะที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.84% ในช่วงเดียวกัน สะท้อนว่าแรงซื้อเชิงปริมาณลดลงแต่ราคายังขึ้นได้จากแรง Investment Flow

ราคาทองคำถูกขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญจากกระแสเงินลงทุนจากอเมริกาเหนือ นับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา โดยปริมาณ ETF ที่ลงทุนในทองคำในปี 2025 ขยับขึ้นมาเป็น 89 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ที่ 4 พันล้านเหรียญ ถึง 2,125% อย่างไรก็ตาม Flow ดังกล่าวเปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พบว่า Flow จากสหรัฐฯ ไหลออกจาก ETF ทองคำอย่างมีนัยสำคัญ โดยเม็ดเงินดังกล่าวถูกโยกเข้าสู่ 1. Energy ETF และ 2. ETF Technology Stock เป็นหลัก ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามารับในช่วงสงคราม (กุมภาพันธ์–มีนาคม) ขณะที่ทองคำกลับไม่สามารถพลิกฟื้นขึ้นมาได้

Global Gold ETF Flows by Region 2024–2026

รูป: Global Gold ETF Flows by Region 2024–2026

ดังนั้น ETF Flow สำหรับทองคำในช่วงต่อจากนี้จะยังเผชิญแรงกดดัน ไปจนกว่าจะเห็นทิศทางของ Fed ที่ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการขึ้น/คงดอกเบี้ย โดย Yuanta CIO ประเมินว่าอย่างน้อยต้องถึงราว 4Q26 จึงจะเริ่มเห็นแรงชะลอตัวในการ Redeem Gold ETF ทุเลาลง

 

อุปสงค์จากธนาคารกลาง: พึ่งพาได้ลดลง

จากแบบสำรวจของ World Gold Council ร่วมกับ YouGov พบว่าปัจจัยที่ทำให้ธนาคารกลางตัดสินใจปรับสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ 4 อันดับแรก ได้แก่ ระดับดอกเบี้ยนโยบาย, ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, ความกังวลด้านเงินเฟ้อ และปัญหาด้านภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในขณะที่ความเชื่อของธนาคารกลางสะท้อนว่าคาดหวังผลตอบแทนที่ดีของทองคำในช่วงที่ตลาดเกิดวิกฤต เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ และป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันราคาทองคำ "ไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่ธนาคารกลางเชื่อ" โดยทองคำไม่ได้ช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อตามที่สำรวจ ประกอบกับ Correlation ระหว่างราคาทองคำกับ US 2Y, 10Y และ Dollar Index มีความสัมพันธ์ในทางลบอย่างมีนัยสำคัญในช่วงก่อน/หลังที่ Fed เตรียมขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ Flow จากธนาคารกลางเริ่มทรงตัวนับตั้งแต่ที่เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน

 

ความสามารถในการกระจายความเสี่ยง: ฟื้นตัวบางส่วน

เมื่อพิจารณา Correlation ของทองคำกับตลาดหุ้นโลกในปัจจุบัน พบว่าทองคำอยู่ใน TIER 1 ร่วมกับ Dollar, WTI และ Global Commodity โดยมีค่า Correlation ที่ +0.27 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าทองคำ "เหมาะสม" สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นโลก อย่างไรก็ตามมีข้อควรระวังว่าหากตลาดหุ้นโลกยังปรับตัวขึ้นต่อตามสมมติฐาน กลุ่มสินทรัพย์ TIER 1 นี้จะเป็นตัวกดอัตราผลตอบแทนโดยรวมให้ลดลงตามลำดับ

Asset Class Correlation to Global Equities Ranking

รูป: Asset Class Correlation to Global Equities Ranking

 

ปัจจัยสนับสนุน (Bull Case)

  • Dollar Index เริ่มอ่อนค่าลง: Sensitivity Analysis ชี้ว่าเมื่อ DXY อ่อนลง 1 จุด ราคาเป้าหมายทองคำในกรณีฐานมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นราว 339 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งมากกว่าผลกระทบเชิงลบจากกรณีที่ DXY แข็งค่าขึ้น 1 จุด สะท้อน Risk/Reward ที่ไม่สมมาตร
  • ความสามารถในการกระจายความเสี่ยงของทองคำฟื้นตัวบางส่วน หลังจากที่ก่อนหน้าทองคำเคลื่อนไหวคล้ายสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสงคราม หาก Correlation กับสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาแยกตัวมากขึ้น ทองคำจะกลับมามีบทบาทในฐานะ portfolio diversifier ได้ดีขึ้น
  • Fed เปลี่ยนท่าทีเป็น dovish มากขึ้น จะเป็น catalyst ที่ชัดเจนในการเปิด Upside ให้ทองคำ

 

ปัจจัยเสี่ยง (Bear Case)

  • ทองคำในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่เป็น safe haven หรือ diversification asset ได้ดีเท่าที่นักลงทุนคาด หลังสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ ราคาทองคำเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่นมากขึ้น ทั้งหุ้นและตราสารหนี้
  • ETF Flow จากฝั่งสหรัฐฯ มีความเสี่ยงไหลออกสู่ Technology ETF และ Energy ETF เมื่อนักลงทุนมองเห็นโอกาสการลงทุนอื่น ซึ่งอาจกดราคาทองคำต่อไปจนถึงราว 4Q26
  • อุปสงค์จากธนาคารกลางพึ่งพาได้น้อยลง เพราะทองคำไม่ได้ตอบโจทย์ความเชื่อของธนาคารกลางในด้านการป้องกันเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์ตามที่สำรวจ และ Flow เริ่มทรงตัวหลังความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน
  • ความเสี่ยงที่ดอกเบี้ยจะกลับมากดดันทองคำอีกครั้งในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า หาก Fed มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงสิ้นปี 2026

 

จังหวะและกลยุทธ์การลงทุน (Implication & Strategy)

Yuanta CIO แบ่งกลยุทธ์การลงทุนในทองคำออกเป็น 3 แบบตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

  • นักลงทุนที่ต้องการ Trading ระยะสั้น: สามารถลงทุนผ่าน GOLD19 ได้ แต่ควรจำกัดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นการ Trading บนภาพ Dollar Index มีแนวโน้มแข็งค่า ทำให้การ Trading เป็นการเล่นบนกรอบขาลง
  • นักลงทุนระยะกลาง–ยาว: มุมมองเพียง "ถือ" สำหรับผู้ที่มีสัดส่วนทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงอยู่ราว 5% ของพอร์ต และควรนับสัดส่วนรวมกับสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น Commodity และ Defend theme mutual fund หรือ ETF
  • นักลงทุนที่ยังไม่มีสัดส่วนทองคำ: ณ ระดับปัจจุบันเริ่ม "พิจารณาเข้าลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงได้" ด้วยสัดส่วนไม่เกิน 5% ของ Portfolio โดยลงทุนผ่าน DR อย่าง GOLD19

โดยภาพรวม แม้ว่า Historical data จะชี้ว่า Upside อาจสูงได้ถึง 14.58% เมื่อ DXY อยู่ในกรอบ 100–110 แต่จากแบบจำลองกรณีฐาน upside อยู่ที่ 7.07% เท่านั้น ด้วยสมมติฐานทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับขึ้นได้ Yuanta CIO จึงยังมองเป็นเพียง "ถือ" และใช้เพื่อการกระจายความเสี่ยงเท่านั้น

 

Historical Risk/Reward ของทองคำตามกรอบ Dollar Index

Dollar index range โอกาสที่ Dollar Index จะอยู่ในกรอบ ผลตอบแทนเฉลี่ยของทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้า ผลขาดทุนเฉลี่ยของทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้า Return / Maximum Drawdown (เท่า)
< 80 14.33% 5.56% -28.28% 0.197
> 80 to 90 26.48% 13.57% -26.92% 0.504
> 90 to 100 33.33% 7.86% -12.90% 0.609
> 100 to 110 18.38% 14.58% -8.59% 1.697
>110 7.48% 12.75% -3.47% 3.669

ต้องการดูภาพรวมทั้งเดือน?

เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่ครอบคลุมเนื้อหาทุก asset class

ดูมุมมองเพิ่มเติม

บทวิเคราะห์โดย

Danai Aroonkittichai

Danai Aroonkittichai

CFA

Visakorn Kirivan

Visakorn Kirivan

CFA, PhD

Natakit Karnkriangkrai

Natakit Karnkriangkrai

แชร์