AI
AI Summary

บทสรุปจาก AI อ้างอิงโดยบทวิเคราะห์

Yuanta CIO คง Slightly Overweight ในหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยมองว่า Earnings revision ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องเปิดพื้นที่ให้เข้าสะสมในจังหวะที่ตลาดกังวลเรื่อง Yield

ขณะที่หุ้นยุโรปถูกปรับเป็น Slightly Underweight จาก Valuation ที่ตึงและ ECB ที่ยังมีความเสี่ยงขึ้นดอกเบี้ย ส่วนจีนและไทยคงไว้ที่ Neutral โดยเน้น Selective มากกว่าซื้อเป็นกองทั้งตลาด

ภาพรวมตราสารทุน

สำหรับเดือนกันยายน 2569 Yuanta CIO คง Slightly Overweight ในหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งได้แรงหนุนจาก Earnings revision ที่ปรับขึ้นชัดเจน ขณะที่ปรับลดน้ำหนักหุ้นยุโรปเป็น Slightly Underweight จาก Valuation ที่ตึงและความเสี่ยงนโยบาย ECB ส่วนหุ้นจีนและไทยยังคงที่ Neutral โดยเน้นการคัดเลือกรายบริษัทมากกว่าการลงทุนเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังมีการปรับคำแนะนำทองคำขึ้นเป็น Slightly Overweight เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในพอร์ต

 

หุ้นสหรัฐฯ (US Equity)Slightly Overweight

ภาพรวม: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ราว 3% จากช่วงก่อนหน้า สอดคล้องกับผลประกอบการโดยรวมที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ราว 31% และหากไม่รวมผลประกอบการของ GOOGL และ AMZN พบว่ากำไรดีกว่าที่ตลาดคาดราว 9.2% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายไตรมาสที่ผ่านมา โดยกลุ่ม Technology ยังเป็นผู้นำตลาด ตามด้วยกลุ่ม Discretionary และ Healthcare ขณะที่ภายในอุตสาหกรรมเดียวกันเริ่มมีการหมุนหุ้นในกลุ่ม ไม่ได้เป็นการซื้อทั้งตะกร้า

ปัจจัยสนับสนุน

  • หากผลประกอบการและ Guidance ยืนยันว่า AI CAPEX สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดได้ EPS Revision ของ Technology และ Semiconductor จะยังปรับขึ้นต่อ และช่วยให้ตลาดผ่านช่วง Credit repricing ได้
  • Valuation ที่ลดลงเปิดพื้นที่ให้เกิด Re-rating โดยเฉพาะบริษัทที่ยังรักษา Revenue growth, Operating margin และ ROIC ได้ แม้ต้นทุนลงทุนเพิ่มขึ้น
  • กลุ่มที่มี Earnings visibility สูง เช่น Semiconductor, Cloud infrastructure และ Software platform มีโอกาสนำการฟื้นตัวมากกว่าหุ้น Growth ที่อาศัยเพียงการขยาย Multiple

ปัจจัยเสี่ยง

  • นโยบายการกู้เงินระลอกใหม่ของสหรัฐฯ สำหรับงบประมาณ NDAA ส่วนเพิ่มอาจสร้างความไม่แน่นอนด้านต้นทุนเงินทุนในตลาดการเงิน และมีโอกาสเกิด Crowding out effect ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการแย่งเงินทุนกัน
  • การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หากเงินเฟ้อยังชะลอตัวได้ไม่รวดเร็วมากพอ โดยปัจจุบันตลาด price-in ประเด็นดังกล่าวไปแล้วบางส่วนแต่ยังไม่ทั้งหมด
  • ความเสี่ยงของการเก็งกำไรในตลาดจะเพิ่มขึ้นจริงเมื่อ Leverage shock เกิดพร้อมกับ Credit Spread ขยายตัว, NFCI ตึงตัว และ EPS Revision ถูกปรับลด ไม่ใช่จาก Margin debt เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO แนะนำให้อาศัยจังหวะที่ตลาดกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยหรือ Yield เข้าลงทุน เนื่องจาก Warsh ย้ำชัดว่าเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยมาจาก Growth ที่รองรับได้ ไม่ใช่เพียงแค่เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าที่ประเมินไว้ สำหรับ Satellite portfolio ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า แนะนำกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ผ่าน SMH (ETF) หรือกองทุนรวม SCBSEMI(A) ตลอดจน DR อย่าง NVDA19 นอกจากนี้ยังมีการปรับคำแนะนำเพิ่มการลงทุนในกลุ่ม Optic ผ่าน ETF อย่าง LAZR และ DR ที่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Connectivity ได้แก่ COHR80, LITE80, MRVL80 ส่วนด้าน Software แนะนำสลับการลงทุนจาก PLTR06 ไปยัง BABA19 เพื่อ lock กำไรที่เกิดขึ้นและหมุนไปเข้ากลุ่มที่พื้นฐานฟื้นตัวแต่ราคายังไม่ขยับมากนัก

S&P 500 EPS Revision Trend 2026

รูป: S&P 500 EPS Revision Trend 2026

 

หุ้นยุโรป (EU Equity)Slightly Underweight

ภาพรวม: ตลาดหุ้นยุโรปในเดือน ส.ค. ยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุด หลังได้แรงหนุนจากผลประกอบการและข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด แต่ภาพรวมเริ่มผสมมากขึ้น โดย GDP Eurozone 2Q26 โต 0.4% QoQ และ Flash PMI ส.ค. เพิ่มเป็น 52.1 พร้อม new orders โตเร็วสุดในกว่า 3 ปี และ export orders เพิ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน อย่างไรก็ดี เงินเฟ้อ ก.ค. ยังอยู่ที่ 2.9% ทำให้ตลาดยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในเดือน ก.ย. ได้

ปัจจัยสนับสนุน

  • PMI เริ่มบอกว่าเศรษฐกิจยุโรปมีแรงส่งจริงมากขึ้น ไม่ใช่แค่ sentiment ดีขึ้นชั่วคราว เพราะ new orders และ export orders ที่ฟื้นตัวสะท้อนว่า demand ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกเริ่มกลับมา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง stagflation แบบรุนแรง
  • ECB Consumer Expectations Survey ชี้ว่าเงินเฟ้อคาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้าลดลงเป็น 2.9% และ 3 ปีข้างหน้าลดลงเป็น 2.7% แปลว่าความเสี่ยงที่ energy shock จะกลายเป็น wage-price spiral ยังจำกัด
  • EU อนุมัติเงินช่วยเหลือด้านกลาโหมให้ Ukraine เพิ่ม €6.1bn สำหรับ air defense, missiles, ammunition และ radar ยืนยันว่า defense spending กำลังเปลี่ยนจาก policy headline ไปสู่ procurement จริง
  • AI data center ในยุโรปยังขยายตัวต่อ ทำให้ผู้ได้ประโยชน์ชัดขึ้นในกลุ่ม power, grid, electrification และ data center ขณะที่ earnings ของ STOXX 600 ยังถูกปรับขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจัยเสี่ยง

  • ตลาดกลับมา price-in ECB ที่ hawkish มากขึ้นจากเงินเฟ้อพลังงาน gas inventories ที่ตึง และความเสี่ยงสงครามยืดเยื้อ โดยตลาดคาดว่า deposit rate อาจขึ้นเป็น 2.5% ในเดือน ก.ย. ซึ่งจะกด valuation โดยตรง
  • การฟื้นตัวของตลาดยังไม่ได้กระจายเต็มที่ ยังพึ่งพากลุ่มนำอย่าง energy, banks, industrials, semiconductor capex, grid/data center และ defense ค่อนข้างมาก
  • AI data center เริ่มสะท้อน bottleneck ด้านไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน และ grid connection ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนและทำให้การขยาย capacity ช้ากว่าที่ตลาดหวัง
  • luxury, auto และ consumer discretionary ยังถูกกดดันจากจีน การใช้จ่ายผู้บริโภคโลก และต้นทุนที่สูงขึ้น

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO คงมุมมอง Slightly Underweight ในหุ้นยุโรปสำหรับการลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้า จากระดับ valuation ที่ปรับขึ้นมาอยู่ในโซนค่อนข้างตึงเมื่อเทียบกับศักยภาพกำไร และยังไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่การปรับประมาณการกำไรของยุโรปแม้ดีขึ้น แต่ยังพึ่งพาบางกลุ่มมากกว่าการฟื้นตัวทั้งตลาด

EU Equity Valuation and Earnings Underperformance

รูป: EU Equity Valuation and Earnings Underperformance

 

หุ้นญี่ปุ่น (JP Equity)Slightly Overweight

ภาพรวม: ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเดือน ส.ค. ได้แรงหนุนจาก earnings ที่แข็งแรงขึ้น โดยบริษัทใน TOPIX ถูกคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้โต 27.9% YoY และมีบริษัทปรับ guidance ขึ้น 95 แห่ง เทียบกับปรับลงเพียง 7 แห่ง นำโดย AI/Semiconductors, ยานยนต์ และธนาคาร แม้ GDP 2Q26 โตเพียง 1.1% annualized จากการบริโภคและ CAPEX ที่อ่อน แต่ส่งออกเดือน ก.ค. โต 23.2% YoY ทำสถิติสูงสุด และ Manufacturing PMI เดือน ส.ค. ขึ้นเป็น 55.1 ขณะที่ real wage โต 1.6% YoY ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

ปัจจัยสนับสนุน

  • ความแพงของ TOPIX เริ่มมี earnings รองรับมากขึ้น หลังช่วงก่อนหน้าตลาดขึ้นจาก multiple expansion แต่รอบนี้ทั้งประมาณการกำไรและจำนวนบริษัทที่ปรับ guidance ขึ้นเร่งตัวชัดเจน
  • หาก real wage ที่เป็นบวกต่อเนื่องส่งผ่านเป็นการบริโภค จะช่วยให้ earnings revision กระจายจาก AI/Semiconductors และ financials ไปยังหุ้น domestic มากขึ้น ทำให้ valuation ลดลงผ่าน EPS growth โดยไม่ต้องพึ่ง re-rating เพิ่ม
  • รัฐบาลกำลังพิจารณาให้บริษัทเลื่อนภาษีราว 30% จากกำไรขายธุรกิจ non-core หากนำเงินกลับไปลงทุนหรือ M&A ในธุรกิจหลัก ซึ่งจะช่วยเร่ง portfolio restructuring
  • Defense White Paper ใหม่เชื่อมการลงทุนด้านกลาโหมเข้ากับเศรษฐกิจผ่าน AI, unmanned systems, startups และฐานการผลิตในประเทศ ทำให้ strategic CAPEX มีโอกาสกระจายไปยัง electronics, sensors, machinery และ software มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

  • เศรษฐกิจยังพึ่งภาคส่งออกมากกว่าที่ควร โดยการบริโภค 2Q26 ลดลงเล็กน้อยและ CAPEX ลด 1.2% QoQ ขณะที่การนำเข้าเดือน ก.ค. เพิ่ม 27.8% YoY ทำสถิติสูงสุดจากต้นทุนน้ำมัน หาก AI cycle ชะลอหรือราคาพลังงานกลับมาสูงขึ้น ญี่ปุ่นอาจเผชิญทั้งแรงส่งจากต่างประเทศที่ลดลงและกำลังซื้อในประเทศที่ถูกกดพร้อมกัน
  • แรงกดดันเงินเฟ้อ upstream อาจบังคับให้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น โดย producer prices สูงถึง 7.2% แม้ core CPI เดือน ก.ค. อยู่เพียง 1.8% และ 10-year JGB yield ขึ้นใกล้ 3% ทำให้ debt-servicing cost อาจสูงกว่างบประมาณ 31 ล้านล้านเยนที่กันไว้

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO คงมุมมอง Slightly Overweight ต่อหุ้นญี่ปุ่นใน 12 เดือนข้างหน้า โดยยังเน้น AI/Semiconductors และ financials พร้อมเพิ่มความสนใจใน defense, industrials และบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก portfolio restructuring

Japan TOPIX Wage Growth EPS and Valuation

รูป: Japan TOPIX Wage Growth EPS and Valuation

 

หุ้นจีน (CN Equity)Neutral

ภาพรวม: การประชุม NPC จุดเด่นอยู่ที่ MIIT ช่วยเพิ่มความชัดเจนของทิศทางอุตสาหกรรมภายใต้แผน 5 ปีฉบับที่ 15 โดยยกระดับ Integrated Circuit, Intelligent Robot และ New Energy Storage เป็นอุตสาหกรรมเสาหลักใหม่ พร้อมเร่ง AI + Manufacturing, High-end Training Chip, Industrial Software และ 6G อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประกาศวงเงินลงทุนใหม่เป็นรายอุตสาหกรรม ขณะที่กองทุน AI ขนาด RMB60bn เป็นวงเงินเดิม ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นใหม่ ด้าน GDP ไตรมาส 2/2026 ขยายตัว 4.3% YoY ต่ำกว่าตลาดคาด 4.5% และชะลอลงจาก 5.0% ในไตรมาสก่อน สะท้อนภาพ Two-speed Economy ชัดเจน

ปัจจัยสนับสนุน

  • การเข้าสู่ช่วง Policy Execution ของแผน 5 ปีช่วยเพิ่มความมั่นใจต่อเงินลงทุนใน AI Infrastructure, Semiconductor Localization, Industrial Automation และ High-end Equipment
  • นโยบาย Anti-Involution อาจช่วยลด Price War และฟื้น Margin/Pricing Power ของผู้นำใน EV, Battery และ Solar ขณะที่ EPS Revision ของ MSCI China เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
  • Retail Sales เดือนมิถุนายนขยายตัว 1.0% YoY ดีกว่าคาดว่าจะหดตัว 0.1% และฟื้นจาก -0.6% ในเดือนพฤษภาคม

ปัจจัยเสี่ยง

  • เงินสนับสนุนส่วนใหญ่ยังเป็นวงเงินเดิม และยังไม่มี Incremental Stimulus ขนาดใหญ่พอที่จะดัน Earnings ของตลาดโดยรวม
  • Property, Consumption และ Deflation ยังเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ขณะที่ Overcapacity และ Trade Risk ยังจำกัด Upside ของตลาด
  • ความเสี่ยงเพิ่มเติมจาก Iran Sanction มีโอกาสเกิดขึ้นกับ Yuan Settlement หากทรัมป์ให้ USTR มีการสอบสวนเส้นทางการเงินระหว่างจีนและอิหร่านเพิ่มเติม
  • ยอดขายครึ่งปีแรกโตเพียง 1.3% สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในประเทศฟื้นตัวได้จำกัดและยังไม่เพียงพอชดเชยแรงกดดันจากอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO คงคำแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นจีน Neutral สำหรับ Satellite portfolio ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า โดยเน้น Selective กลุ่มบริษัทที่ได้ประโยชน์จากนโยบาย 6 Network มากกว่าการกระจายลงทุนเข้าในตลาดหุ้นจีนโดยตรง เนื่องจากการฟื้นตัวยังเป็นลักษณะบางกลุ่มมากกว่าฟื้นตัวเป็นวงกว้าง และยังขาดมาตรการรัฐสนับสนุนเพิ่มเติม

แหล่งเงินขนาดวงเงินเดิมความคืบหน้าจาก MIIT 26 ส.ค.?กลุ่มเป้าหมาย
National AI Industry Investment Fund¥60bnNoAI, Hard Tech, Ecosystem
SME Development Fund Phase IIยังไม่เปิดเผยการจัดตั้งถูกยืนยันSME / Specialized SME / Hard Tech
Consumer Trade-in 2026¥250bnNoรถยนต์ + เครื่องใช้ไฟฟ้า + Digital/Smart products
Equipment Renewal 2026¥200bnNoปรับปรุงเครื่องจักร/อุปกรณ์ภาคเศรษฐกิจ
IC / Robot / 6G / Storageไม่ระบุNoจะมาจากงบรัฐ กองทุน ท้องถิ่น SOE และเอกชนหลายช่องทาง

MSCI China EPS Revision Trend 2026

รูป: MSCI China EPS Revision Trend 2026

 

หุ้นไทย (TH Equity)Neutral

ภาพรวม: SET เริ่มมีปัจจัยช่วยจำกัด Downside มากขึ้น จากการเปิดงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งเน้นการลงทุนมูลค่าสูงและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีบริษัทต่างชาติรายใหญ่เข้าร่วม ขณะที่ภาครัฐนำเสนอความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมปรับเป้า SET Index เป็นกลางปีหน้า 1770 ที่ EPS 106 บาท ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันและ US Bond Yield อ่อนตัวลง หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณคลายตัว

ปัจจัยสนับสนุน

  • Thailand Focus สามารถเป็นตัวเร่ง Fund Flow ต่างชาติ โดยเฉพาะธีม Digital / High-value Investment / Energy Infrastructure ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่ม Electronics, Optical, Industrial Estate และ Power โดยตรง
  • Dividend + Yield Play กลับมามีแรงหนุน หลังหลายบริษัทประกาศเงินปันผลสูงกว่าคาด เช่น TTB, BCP, OR และ RATCH ขณะที่ Bond Yield ที่ลดลงหนุนไฟแนนซ์ โรงไฟฟ้า สื่อสาร และ REITs
  • ในระยะถัดไปยังมี PDP ฉบับใหม่และการปรับน้ำหนัก MSCI เป็น Catalyst เพิ่มเติม โดยเฉพาะหากไทยได้รับการเพิ่มน้ำหนักหลังตลาดหุ้นไทย Outperform ในปีนี้

ปัจจัยเสี่ยง

  • ความเสี่ยงหลักยังอยู่ที่การเมืองภายในประเทศ ซึ่งอาจทำให้โครงการลงทุนสำคัญ เช่น PDP ใหม่และ Data Center ล่าช้า ส่งผลให้ Upside ของ SET ยังไม่เปิดเต็มที่
  • แม้ Oil ลดลงเป็นบวกต่อภาพรวม แต่เป็นแรงกดดันต่อ Upstream Energy / Refinery / Petrochemical ซึ่งยังมีน้ำหนักสูงใน SET ดังนั้นการปรับขึ้นของดัชนีอาจเป็นลักษณะ Rotation มากกว่าการขึ้นพร้อมกันทั้งตลาด
  • กระแสเงินทุนต่างชาติยังไม่ได้กลับมาอย่างชัดเจน โดยล่าสุดต่างชาติขายหุ้นสุทธิ 958 ล้านบาทเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน แม้สถานะ YTD ยังเป็นซื้อสุทธิ ขณะที่ NVDR ก็ขายสุทธิต่อเนื่อง

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO คงคำแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็น Neutral และเลือกลงทุนลักษณะทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว มากกว่าไล่ซื้อทั้งตลาด โดยเน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Thailand Focus, Yield Play และ Anti-Oil ได้แก่ ไฟแนนซ์ / โรงไฟฟ้า / สื่อสาร / ขนส่ง / ท่องเที่ยว ขณะที่หุ้นที่แนะนำสะสมคือ THAI, TTB และ SMT ส่วน HMPRO เป็นการเก็งกำไรทางเทคนิค

Global Equity Forward PE Bands Multi-Market

รูป: Global Equity Forward PE Bands Multi-Market

 

ทองคำ (Gold)Slightly Overweight

ภาพรวม: Yuanta CIO ปรับมุมมองทองคำขึ้นเป็น Slightly Overweight หลังราคาผ่านช่วง Panic และแบบจำลองสะท้อนว่า Risk/Reward เริ่มกลับมาเอียงเป็นบวก โดยราคาเป้าหมายปี 2026 อยู่ที่ US$4,675/oz และ Next 12M ที่ US$4,847/oz หรือมี Upside ใน Base Case ราว 7.15% และ 10.43% ตามลำดับ ขณะที่ Lower Case มี Downside จำกัดที่ราว -5.95% ในปี 2026 และกลับเป็นบวก +2.52% ใน Next 12M ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Dollar เพียงปัจจัยเดียว โดยข้อมูลเดือน ก.ค. พบว่า Dollar Index และ US 10Y ยังมีนัยสำคัญ ขณะที่ Geopolitical Risk และ S&P 500 Target เริ่มมีบทบาทร่วมด้วย และ Momentum effect มีนัยสำคัญในทั้ง VECM, VAR และ ARMAX

ปัจจัยสนับสนุน

  • Upside ของทองคำเปิดกว้างขึ้นหากแรงกดดันจาก Dollar และ Bond Yield เริ่มคลายตัว โดย Dollar Index ยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรที่มีนัยสำคัญสูงที่สุดของแบบจำลอง หากตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ย จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของราคาเข้าสู่กรอบ Upper Case ที่ US$5,020 ในปี 2026 และ US$5,416 ใน Next 12M
  • คุณสมบัติด้าน Diversification ของทองคำเริ่มกลับมา หลัง Correlation ระยะสั้นกับหุ้นโลก, Semiconductor และ US High Yield ลดลง ทำให้ทองคำกลับมาสร้างผลตอบแทนที่ไม่ได้พึ่งพาปัจจัยเดียวกับ Equity และ Credit มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

  • ความเสี่ยงหลักในระยะสั้นยังมาจาก Dollar Index และ US 10Y หากตลาดกลับมา Price-in การขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าคาด จะเพิ่ม Opportunity Cost และกดดันราคาทองคำได้อีกครั้ง โดยสัญญาณจาก Forward Curve ช่วง 3Q–4Q26 ที่อยู่ต่ำกว่าราคา Spot สะท้อนว่าตลาดยัง Price-in ความเสี่ยงของการพักฐานในระยะสั้น
  • Momentum ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในตัวแปรที่มีนัยสำคัญมากที่สุดของแบบจำลอง สามารถทำงานได้ทั้งสองทาง หากราคาทองคำหลุดกรอบล่างของแบบจำลองพร้อมกับ Dollar และ Yield ปรับขึ้น อาจทำให้เกิดแรงขายตามแนวโน้มและเพิ่มความผันผวนในระยะสั้น

แนวโน้ม/กลยุทธ์: Yuanta CIO ปรับคำแนะนำทองคำจากเดิม Neutral สู่ระดับ Slightly Overweight และแนะนำทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัวและใช้ทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง มากกว่าพยายามจับจุดต่ำสุดของราคา โดยนักลงทุนที่สนใจกระจายความเสี่ยงสามารถลงทุนผ่าน DR อย่าง GOLD19, GOLDUS19 กองทุนรวม BGOLD และ ETF อย่าง GLD ด้วยสัดส่วน 5 – 10% ของ Portfolio

Gold Price Model Forecast and Variable Significance

รูป: Gold Price Model Forecast and Variable Significance

ต้องการดูภาพรวมทั้งเดือน?

เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่ครอบคลุมเนื้อหาทุก asset class

ดูมุมมองเพิ่มเติม

บทวิเคราะห์โดย

Danai Aroonkittichai

Danai Aroonkittichai

CFA

Visakorn Kirivan

Visakorn Kirivan

CFA, PhD

Natakit Karnkriangkrai

Natakit Karnkriangkrai

แชร์