บทสรุปจาก AI อ้างอิงโดยบทวิเคราะห์
ในสัปดาห์ที่ 17–21 สิงหาคม 2569 ทองคำโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินทรัพย์ด้วยผลตอบแทน WTD +5.31% ขณะที่หุ้นโลกปรับลง -0.91% WTD และเทคโนโลยีสหรัฐฯ ร่วงหนักสุด -3.21% WTD นักลงทุนควรติดตามกลุ่มสุขภาพและสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังแข็งแกร่ง
ภาพรวมผลตอบแทนสินทรัพย์
ในสัปดาห์ที่ 17–21 สิงหาคม 2569 ทองคำ (Gold) ถือเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นที่สุดในสัปดาห์นี้ด้วยผลตอบแทน WTD +5.31% และ YTD +6.64% สวนทางกับหุ้นโลก (Global Equities) ที่ปรับตัวลง -0.91% WTD ด้านน้ำมันดิบสหรัฐฯ (US Oil) ยังคงนำโด่งในเชิง YTD ที่ +51.62% (สูงสุดในรอบปีที่ 96.71% ต่ำสุด -1.95%)

รูป: Asset Classes and US Bond Yield Performance
ในภาพรวมของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับตัวสูงขึ้น WTD ทุกอายุ โดย US 2Y เพิ่ม +0.069% มาอยู่ที่ 4.24% (ช่วง 3.38–4.35%), US 10Y เพิ่ม +0.044% มาอยู่ที่ 4.74% (ช่วง 3.95–4.74%) และ US 30Y เพิ่ม +0.015% มาอยู่ที่ 5.28% (ช่วง 4.54–5.31%)
ผลตอบแทนตลาดหุ้นโลก

รูป: Global Stock Market YTD and WTD Performance
ตลาดหุ้นโลกมีทิศทางผสมผสานในสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มเอเชียเหนือ (North Asia) นำด้วย KOSPI ที่ YTD +64.04% (สูงสุดในรอบปี 116.3%) และ Hang Seng CEI ที่แข็งแกร่งที่สุด WTD ในกลุ่ม ที่ +3.52% ในทางตรงกันข้าม ตลาดญี่ปุ่นอ่อนแอที่สุด โดย Nikkei 225 ลดลง -3.93% WTD และ TOPIX -3.10% WTD
กลุ่มสหรัฐอเมริกา: Russell 2000 บวก YTD +21.59% แต่ปรับลง -1.65% WTD ส่วนยุโรปส่วนใหญ่ปรับลงเช่นกัน โดย CAC 40 -1.76% WTD และ DAX -1.15% WTD ขณะที่กลุ่ม South Asia & Latam มีบางตลาดที่ฟื้นตัวได้ดี เช่น Bovespa +2.45% WTD และ SET +0.29% WTD
ผลตอบแทนรายเซกเตอร์สหรัฐฯ

รูป: US Sector YTD and WTD Performance
ในกลุ่ม Growth ภาคพลังงาน (Energy) นำ YTD ที่ +41.24% (สูงสุด 41.6%) และยังบวก WTD +2.51% ขณะที่ภาคเทคโนโลยี (Technology) ร่วงหนักที่สุด WTD ที่ -3.21% แม้จะบวก YTD +19.92% ก็ตาม ส่วนภาค Communication Services และ Consumer Discretionary มีข้อมูลเฉพาะ YTD และ WTD ตามกราฟ
กลุ่ม Defensive: Healthcare โดดเด่นที่สุด WTD ในกลุ่มนี้ด้วย +4.30% แม้ YTD จะบวกเพียง +12.60% ในขณะที่ Utility ปรับลงแรง -3.61% WTD กลุ่ม Cyclical: Materials บวก +2.33% WTD และ Energy +2.51% WTD ส่วน Industrial ปรับลง -3.40% WTD
สินทรัพย์ที่โดดเด่น
- ทองคำ (Gold): ผลตอบแทน WTD สูงสุดในกลุ่มสินทรัพย์ที่ +5.31% และ YTD +6.64%
- KOSPI (เกาหลีใต้): นำ YTD ในกลุ่มตลาดหุ้นโลกที่ +64.04% โดยสูงสุดในรอบปีที่ 116.3%
- Hang Seng CEI: WTD กำไรสูงสุดในกลุ่มตลาดหุ้นที่ +3.52%
- Technology (US): ร่วงหนักที่สุดในกลุ่มเซกเตอร์สหรัฐฯ ที่ -3.21% WTD
- Nikkei 225 (ญี่ปุ่น): ปรับลงแรงที่สุดในกลุ่มตลาดหุ้น WTD ที่ -3.93%
- Healthcare (US): ฟื้นตัวโดดเด่นในกลุ่ม Defensive +4.30% WTD
- US Oil: นำ YTD ทุกสินทรัพย์ที่ +51.62%
- Utility (US): ปรับลงในกลุ่ม Defensive ที่ -3.61% WTD
- Industrial (US): ปรับลง -3.40% WTD ในกลุ่ม Cyclical
- Bovespa (บราซิล): บวก +2.45% WTD ในกลุ่ม Latam
- SET (ไทย): บวก +0.29% WTD
- US 10Y Yield: ปรับขึ้น +0.044% WTD สู่ระดับ 4.74%
ความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน
- ทองคำ (Gold) แสดงความแข็งแกร่งทั้ง WTD และ YTD และอาจเป็นสินทรัพย์พักพิงในช่วงที่ตลาดหุ้นโลกผันผวน
- ภาค Healthcare ในสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้ดี +4.30% WTD แม้ภาวะตลาดโดยรวมอ่อนแอ สะท้อนโอกาสในเซกเตอร์ Defensive
- ภาค Technology สหรัฐฯ ปรับลงแรง -3.21% WTD ท่ามกลาง Yield พันธบัตรที่ปรับสูงขึ้น อาจสร้างความกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้ต่อเนื่อง
- ตลาดหุ้น KOSPI มี YTD +64.04% สูงสุดในกลุ่มตลาดหุ้นทั่วโลก ควรติดตามความเสี่ยงของการปรับฐานหลังจากวิ่งขึ้นมามาก
- US Oil ยัง YTD +51.62% และภาค Energy สหรัฐฯ ยังบวก WTD +2.51% สะท้อนแรงส่งของกลุ่มพลังงาน
- Yield พันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นทุกอายุ WTD โดย US 10Y ขึ้นสู่ 4.74% อาจกดดันสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
ต้องการดูภาพรวมทั้งสัปดาห์?
เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่ครอบคลุมเนื้อหาทุก asset class
ดูมุมมองเพิ่มเติมดูมุมมอง
บทวิเคราะห์อื่นในเดือนนี้
บทวิเคราะห์โดย
Danai Aroonkittichai
CFA
Visakorn Kirivan
CFA, PhD
Natakit Karnkriangkrai