บทสรุปจาก AI อ้างอิงโดยบทวิเคราะห์
สัปดาห์สิ้นสุด 11 กันยายน 2569 น้ำมันดิบสหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด WTD ที่ +9.37% ขณะที่ทองคำปรับลง -1.89% WTD และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นทุกช่วงอายุ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
ภาพรวมผลตอบแทนสินทรัพย์
ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 กันยายน 2569 น้ำมันดิบสหรัฐฯ (US Oil) ครองตำแหน่งสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้งในกรอบรายสัปดาห์ (WTD +9.37%) และตั้งแต่ต้นปี (YTD +74.24%) สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ปรับขึ้น +1.65% WTD ขณะที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ในกลุ่มหุ้นและทองคำปรับลง ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้นทุกช่วงอายุในสัปดาห์นี้ สะท้อนแรงกดดันในตลาดตราสารหนี้

รูป: Asset Classes and US Bond Yield Performance
ในภาพรวม กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันดิบเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับขึ้น WTD ส่วนทองคำลดลง -1.89% WTD และหุ้นโลกนอกสหรัฐฯ (Global Equities ex US) ปรับลง -1.59% WTD ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (USD Index) ทรงตัวใกล้เคียงกับต้นปี โดย YTD อยู่ที่ +0.83% ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับขึ้น WTD ได้แก่ อายุ 2 ปี +0.256% (ระดับปัจจุบัน 4.63%) อายุ 10 ปี +0.185% (4.97%) และอายุ 30 ปี +0.112% (5.36%)
สินทรัพย์ที่โดดเด่น
- US Oil +9.37% WTD (YTD +74.24%) — สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในสัปดาห์และตั้งแต่ต้นปี
- Commodity +1.65% WTD (YTD +32.39%) — กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวก WTD
- Gold -1.89% WTD — ปรับลงมากที่สุดในกลุ่มสินทรัพย์หลักในสัปดาห์นี้
- Global Equities ex US -1.59% WTD — หุ้นโลกนอกสหรัฐฯ ปรับลงในสัปดาห์นี้
- USD Index +0.83% YTD — ทรงตัวในกรอบแคบ สะท้อนดอลลาร์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ผลตอบแทนตลาดหุ้นโลก

รูป: Global Stock Market YTD and WTD Performance
ในกลุ่มตลาดหุ้นโลก KOSPI ของเกาหลีใต้ให้ผลตอบแทนสูงสุด WTD ที่ +3.33% และมี YTD สูงสุดในกลุ่มที่ +63.97% ตลาดหุ้นไต้หวัน (Taiwan Weighted) ปรับขึ้น YTD +59.46% ส่วน FTSE MIB ของอิตาลีปรับขึ้น +0.79% WTD ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่ปรับลง โดย Hang Seng CEI ปรับลง -3.61% WTD และ VNI ของเวียดนามลดลง -3.12% WTD ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงในสัปดาห์นี้เช่นกัน ได้แก่ Dow Jones -1.57% WTD, S&P 500 -0.80% WTD และ Nasdaq -0.66% WTD ส่วน Russell 2000 ปรับลงมากที่สุดในกลุ่มสหรัฐฯ ที่ -2.41% WTD ตลาดที่ให้ผลตอบแทน YTD ต่ำสุดคือ IDX Composite ของอินโดนีเซียที่ -24.35% YTD
ผลตอบแทนรายเซกเตอร์สหรัฐฯ

รูป: US Sector YTD and WTD Performance
ในกลุ่มเซกเตอร์สหรัฐฯ Energy เป็นเซกเตอร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดทั้ง WTD (+2.03%) และ YTD (+44.46%) สอดคล้องกับการปรับขึ้นของน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ Comm Services ให้ผลตอบแทน WTD +1.06% ส่วนกลุ่ม Growth อื่น ๆ ได้แก่ Technology +23.17% YTD และ Industrial +10.92% YTD แต่ Consumer Discretionary ยังติดลบ YTD ที่ -3.01% กลุ่ม Defensive ปรับลง WTD ทั่วหน้า โดย Healthcare ลดลงมากที่สุดที่ -3.56% WTD รองลงมาคือ Utility -1.65% WTD และ Consumer Staples -0.62% WTD ส่วนกลุ่ม Cyclical ได้แก่ Materials ลดลง -2.71% WTD และ Industrial ลดลง -1.66% WTD
ความเสี่ยงและโอกาสการลงทุน
- US Oil และ Commodity ให้ผลตอบแทน WTD เป็นบวกชัดเจน โดย US Oil ทำผลตอบแทน YTD สูงถึง +74.24%
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นทุกช่วงอายุ (2Y 4.63%, 10Y 4.97%, 30Y 5.36%) เป็นปัจจัยกดดันที่ควรติดตามสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง
- KOSPI มีผลตอบแทน WTD สูงสุดในกลุ่มตลาดหุ้นโลกที่ +3.33% และ YTD +63.97%
- กลุ่ม Healthcare ในสหรัฐฯ ปรับลงแรงสุดในสัปดาห์ที่ -3.56% WTD ขณะที่ Energy เป็นกลุ่มเดียวที่ให้ผลตอบแทน WTD เป็นบวกในกลุ่ม Defensive/Cyclical
- IDX Composite มี YTD ที่ -24.35% ต่ำสุดในกลุ่มตลาดหุ้นโลกที่ติดตาม
ต้องการดูภาพรวมทั้งสัปดาห์?
เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่ครอบคลุมเนื้อหาทุก asset class
ดูมุมมองเพิ่มเติมดูมุมมอง
บทวิเคราะห์อื่นในเดือนนี้
บทวิเคราะห์โดย
Danai Aroonkittichai
CFA
Visakorn Kirivan
CFA, PhD
Natakit Karnkriangkrai