AI
AI Summary

บทสรุปจาก AI อ้างอิงโดยบทวิเคราะห์

การประชุมธนาคารกลางหลักทั้ง Fed, ECB และ BOJ ในสัปดาห์ที่ 27 เมษายน–1 พฤษภาคม 2569 มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยทั้งสามสถาบัน ท่ามกลางความเสี่ยง stagflation จากราคาพลังงานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

Yuanta CIO แนะนำสะสม UGISFX-N (unhedged) เป็น core portfolio ในจังหวะที่ US 10Y ปรับขึ้นเหนือ 4.25% โดยหลีกเลี่ยงการ lock duration ยาวก่อนที่ ECB จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยชัดขึ้น

คงดอกเบี้ยพร้อมกัน แต่ไม่ใช่สัญญาณหนุนสินทรัพย์เสี่ยง — จับจังหวะ US 10Y เหนือ 4.25% เพื่อสะสมตราสารหนี้โลก

ในสัปดาห์ที่ 27 เมษายน–1 พฤษภาคม 2569 ธนาคารกลางหลักทั่วโลกทั้ง Fed, ECB และ BOJ มีนัดประชุมพร้อมกัน โดย Yuanta CIO มองว่าทั้งสามสถาบันมีแนวโน้มคงดอกเบี้ย เนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประกอบกับการขยับดอกเบี้ยในภาวะที่ตลาดแรงงานยังอ่อนแรงอาจผลักให้ตลาดตีความว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ stagflation ภาพรวมนี้จึงไม่ได้หนุนสินทรัพย์เสี่ยงมากนักในระยะสั้น

FOMC, ECB, BOJ Current and Projected Rate Paths

รูป: FOMC, ECB, BOJ Current and Projected Rate Paths

 

Fed: จับสัญญาณ "hint" ด้านเงินเฟ้อ ณ ระดับดอกเบี้ย 3.75%

Yuanta CIO มองว่า Fed จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ในการประชุมครั้งนี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการ "hint" ในมุมมองด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะคำว่า "ระดับราคาสินค้าโดยทั่วไป" และ "เงินเฟ้อคาดหวัง" เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเมื่อใด รายงานการประชุมเฟดรอบล่าสุดให้น้ำหนักกับระดับราคาสินค้าโดยทั่วไปมากกว่าราคาน้ำมัน หาก statement นี้ไม่เปลี่ยน ถือเป็นภาพเชิงบวกกับตลาดหุ้น ทั้งนี้ ประโยคที่ต้องระวังคือ "Growth เริ่มได้รับผลกระทบจากสงคราม" ซึ่งอาจทำให้ตลาดกังวลเรื่อง stagflation มากขึ้น

สมาชิก Fed ในภาพรวมมองตลาดแรงงานไม่ได้แข็งแรงเหมือนก่อน มองเงินเฟ้อจากพลังงานเป็นปัจจัยชั่วคราวแต่ต้องจับตาเป็นพิเศษ และมุมมองส่วนมากเห็นว่าการคงดอกเบี้ยยังเหมาะสม รายละเอียดจุดยืนของสมาชิก Fed แต่ละท่านในด้านแรงงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และสงคราม ปรากฏในตารางต่อไปนี้

มุมมองของสมาชิก เฟดช่วงเดือนเมษายนมุมมองด้านแรงงานมุมมองด้านเงินเฟ้อมุมมองด้านดอกเบี้ยมุมมองด้านสงคราม
เจอโรม พาวเวลล์ (Fed Chairman)เห็นว่ามีความเสี่ยงด้านลบต่อตลาดแรงงานมองข้ามแรงกดดันจากฝั่งอุปทานได้ชั่วคราว แต่ต้องจับตาความคาดหวังเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดเห็นว่านโยบายปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะกับการรอดูข้อมูลต่อไปมองว่าสงครามอาจสร้างแรงกดดันด้านอุปทานและต้องระวังผลต่อความคาดหวังเงินเฟ้อ
ไมเคิล บาร์ (Fed Governor)มองว่าอยู่ในภาวะรับคนน้อย ปลดคนน้อย และการจ้างงานที่ต่ำยังพอสมดุลกับการเติบโตของกำลังแรงงานที่ชะลอลงมองว่าผลของภาษีนำเข้าต่อเงินเฟ้อน่าจะค่อย ๆ ลดลงภายหลัง แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะยืดเยื้อกว่าคาดเห็นว่าควรคงดอกเบี้ยไว้ก่อนเพื่อประเมินข้อมูลใหม่และสมดุลของความเสี่ยงถ้าสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจกระทบทั้งเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Fed Governor)มองว่าตลาดแรงงานอ่อนลงและเปราะบาง อีกทั้งระดับการจ้างงานที่พอทำให้อัตราว่างงานทรงตัวอาจต่ำมากมองว่าเงินเฟ้อพื้นฐานเมื่อหักผลของภาษีนำเข้าออกแล้วใกล้ 2% แต่แรงกระแทกจากพลังงานอาจทำให้เงินเฟ้ออยู่สูงนานขึ้นยังไม่รีบลดดอกเบี้ย และถ้าราคาพลังงานสูงอยู่นานอาจต้องคงดอกเบี้ยไว้นานขึ้นมองว่าตลาดประเมินความเสี่ยงของสงครามต่ำเกินไป และเสี่ยงทำให้เงินเฟ้อเพิ่มยืดเยื้อ
ฟิลิป เจฟเฟอร์สัน (Vice Chairman)มองว่าตลาดแรงงานยังค่อนข้างสมดุล และการจ้างงานช่วงล่าสุดอาจยังพอรักษาอัตราว่างงานให้ทรงตัวได้มองว่านโยบายปัจจุบันยังเอื้อต่อการที่เงินเฟ้อจะค่อย ๆ กลับลงสู่ 2% เมื่อผลของภาษีนำเข้าผ่านไปเห็นว่านโยบายปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรับมือหลายกรณีn.m.
จอห์น วิลเลียมส์ (Fed New York)มองว่าข้อมูลจริงดูเริ่มทรงตัว แต่ข้อมูลเชิงสำรวจยังชี้ว่าตลาดแรงงานค่อย ๆ อ่อนลงมองว่าภาษีนำเข้าช่วยดันเงินเฟ้อขึ้น และเงินเฟ้อปีนี้ยังน่าจะสูงกว่าเป้าหมายก่อนค่อยลงในปี 2027เห็นว่านโยบายปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรักษาสมดุลระหว่างการจ้างงานกับเสถียรภาพราคามองว่าสงครามอาจเป็นแรงกดดันด้านอุปทานขนาดใหญ่ที่ทั้งดันเงินเฟ้อและกดเศรษฐกิจ
ออสแทน กูลส์บี (Fed Chicago)n.m.มองว่าถ้าแรงกดดันเงินเฟ้อยืดเยื้อ การลดดอกเบี้ยก็ต้องถูกเลื่อนออกไปเอนเอียงไปทางเลื่อนการลดดอกเบี้ยกังวลว่าราคาพลังงานจะซ้อนทับกับแรงกดดันจากภาษีนำเข้า
อัลเบอร์โต มูซาเล็ม (Fed St. Louis)มองว่าตลาดแรงงานเย็นลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป อยู่ในภาวะรับคนน้อย ปลดคนน้อย และมีความเสี่ยงด้านอ่อนตัวเดิมคาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะค่อย ๆ ลดลงใกล้ 2% ในครึ่งหลังปี แต่ตอนนี้มองว่าความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงกว่าเป้าตลอดปีเพิ่มขึ้นควรคงดอกเบี้ยไว้นาน ลดดอกเบี้ยได้ถ้าแรงงานอ่อนมากขึ้น และขึ้นดอกเบี้ยได้ถ้าเงินเฟ้อพื้นฐานหรือความคาดหวังเงินเฟ้อสูงขึ้นต่อมองว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เส้นทางการชะลอเงินเฟ้อไม่ชัดเจนขึ้น
สตีเฟน มิแรน (Fed Governor)n.m.มองโครงสร้างเงินเฟ้อแย่ลงเล็กน้อยก่อนสงคราม แต่ยังไม่เห็นว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้เปลี่ยนแนวโน้มหลักของเงินเฟ้ออย่างชัดเจนยังมองว่าการลดดอกเบี้ย 3 ถึง 4 ครั้งในปีนี้ยังเป็นไปได้ และยังไม่เห็นเหตุผลที่น่าเชื่อพอให้ต้องชะลอการลดดอกเบี้ยมองว่าสงครามยังไม่ได้เปลี่ยนแนวโน้มหลักของเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญในตอนนี้
เควิน วอร์ช** (Next Fed Chairman)n.m.เรียกร้องให้ปรับกรอบการดูเงินเฟ้อ และให้น้ำหนักกับการวัดเงินเฟ้อพื้นฐานมากขึ้นไม่รับปากว่าจะลดดอกเบี้ย และยืนยันว่าไม่ได้ให้คำมั่นเรื่องการลดดอกเบี้ยกับประธานาธิบดีn.m.
ภาพโดยรวมมองตลาดแรงงานไม่ได้แข็งแรงเหมือนก่อนมองเงินเฟ้อจากพลังงานเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่ต้องจับตาเป็นพิเศษมุมมองส่วนมากมองว่าการคงดอกเบี้ยยังเหมาะสมสมาชิกส่วนมากมองว่าสงครามอาจจะมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อ แม้ว่าจะยังไม่แน่นอนก็ตาม
ผลต่อดอกเบี้ยควรลดควรคงดอกเบี้ยควรคงดอกเบี้ยควรคงดอกเบี้ย

 

ECB: ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยกลางปี — ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานมากที่สุด

ECB เป็นธนาคารกลางที่ Yuanta CIO ให้ความสนใจด้านเงินเฟ้อมากที่สุดในสามสถาบัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานใน 2 มิติ ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และในอีก 6 เดือนให้หลังราคาแก๊สธรรมชาติมักจะปรับตัวขึ้นตาม ประกอบกับ stock ที่น้อยกว่าประเทศอื่นๆ อาจทำให้เงินเฟ้อของ ECB ฝังแน่นนานกว่า

Energy Production, Consumption, and Storage by Region

รูป: Energy Production, Consumption, and Storage by Region

Yuanta CIO มองว่า ECB จะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่มีโอกาสที่จะเริ่มส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีเข้มข้นขึ้น เนื่องจากปกติ ECB จะส่งสัญญาณราว 3 เดือนล่วงหน้าก่อนการขึ้นดอกเบี้ย หากการขึ้นดอกเบี้ยเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป รอบนี้จึงเป็นจังหวะที่เหมาะที่ ECB จะส่งสัญญาณดังกล่าว

 

BOJ: จับตา Quarterly Report — GDP ลง เงินเฟ้อขึ้น อาจดันเยนแข็งค่าระยะสั้น

Yuanta CIO มองว่า BOJ จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% ในการประชุมครั้งนี้และยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ สิ่งที่ต้องติดตามคือ Quarterly Report หรือ Economic Projection โดยเฉพาะการปรับลดการคาดการณ์ GDP ลงและปรับเงินเฟ้อขึ้น ซึ่งอาจทำให้ USDJPY อ่อนค่าลงในระยะสั้น ทั้งนี้ หาก BOJ ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อด้านการบริโภคเป็นหลัก (ซึ่งเงินเฟ้อที่ผ่านมาขึ้นจากพลังงาน ไม่ใช่การบริโภค) อาจไม่ได้เห็นการเร่งส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้

 

ผลกระทบต่อสินทรัพย์การลงทุน

  • ตราสารหนี้โลก (UGISFX-N แบบ unhedged): เหมาะสะสมเป็น core portfolio ในจังหวะที่ US 10Y ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.25% เพื่อ lock-yield และสร้างความแข็งแรงของพอร์ตโดยรวมในระยะยาวมากกว่า 3–5 ปีขึ้นไป
  • ตลาดหุ้น: ภาพรวมการคงดอกเบี้ยไม่ได้หนุนสินทรัพย์เสี่ยงมากนักในระยะสั้น ยกเว้นกรณีที่ Fed statement ไม่เปลี่ยนแปลงในด้านการให้น้ำหนักกับระดับราคาสินค้าโดยทั่วไปมากกว่าราคาน้ำมัน
  • USDJPY: อาจอ่อนค่าลงในระยะสั้นหาก BOJ ปรับลด GDP และขึ้นประมาณการเงินเฟ้อใน Quarterly Report

 

มุมมอง Yuanta CIO

Yuanta CIO มองว่าการปรับลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นไม่เร็วมากนักในปี 2026 ทำให้กลยุทธ์การลงทุนตราสารหนี้ต้องขยับกรอบการลงทุนเมื่อ UST 10Y ปรับตัวขึ้นเป็นระยะ มากกว่าจะเป็นการไล่ซื้อ โดยยังคงแนะนำให้สะสมกลุ่มที่ระบุข้างต้นในจังหวะที่ US 10Y ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4.25% เนื่องจากกลยุทธ์ core portfolio เน้นเป้าหมายระยะยาว และการปรับตัวลงถือเป็นส่วนลดสำหรับการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

ต้องการดูภาพรวมทั้งสัปดาห์?

เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์ฉบับเต็มที่ครอบคลุมเนื้อหาทุก asset class

ดูมุมมองเพิ่มเติม

ดูมุมมอง
บทวิเคราะห์อื่นในเดือนนี้

บทวิเคราะห์โดย

Danai Aroonkittichai

Danai Aroonkittichai

CFA

Visakorn Kirivan

Visakorn Kirivan

CFA, PhD

Natakit Karnkriangkrai

Natakit Karnkriangkrai

แชร์